2.3. สถานการณ์ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต

การศึกษา


จังหวัดยโสธร   จัดการศึกษาทั้ง  2  รูปแบบ  คือ  การศึกษาในโรงเรียนและนอกโรงเรียน  จำแนกดังนี้
1) การศึกษาในโรงเรียนจัดเป็น  2  เขต  เป็นระดับสามัญ   435  โรงเรียน  ในระดับอาชีวศึกษา   7  แห่ง  มีวิทยาลัยชุมชน  1  แห่ง  มหาวิทยาลัยสาขา  1  แห่ง  โดยในระดับอาชีวะสามารถขยายสอนวิชาชีพในระดับปริญญาตรีได้หลายสาขา  สำหรับในระดับประถม  มัธยม  มีนักเรียน  ทั้งหมด  86,857  คน  ครู-อาจารย์   5,299  คน  เทียบอัตรา ครู  :  นักเรียนเฉลี่ย   1 :  16.39   อัตราห้องเรียนต่อนักเรียน  1  :  20  ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสากล   อัตราการเรียนต่อชั้น  ม. 1  ร้อยละ  99.99  และอัตราเรียนต่อชั้น  ม.4/ปวช. 1  ร้อยละ  93.03   ส่วนคุณภาพการศึกษาปีการศึกษา  2550  มีหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานระดับประเทศ  เนื่องจากมีปัญหา/ข้อจำกัดต่างๆ ทั้งฝ่ายบุคลากรภาครัฐ  อุปกรณ์การเรียน  สถานที่อาคารเรียนทรุดโทรม  กระแสสังคมวัฒนธรรมให้เด็กขาดความสนใจการเรียน   และฐานะเศรษฐกิจของฝ่ายผู้ปกครอง  ซึ่งจะต้องมีการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาอย่างชัดเจน
2) การศึกษานอกโรงเรียน   มีศูนย์การศึกษา ฯ อยู่ทุกอำเภอ   จัดหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นระดับพื้นฐาน , พัฒนาอาชีพ   จำนวน  16,642  คน  จากการสำรวจกลุ่มวัยแรงงาน  พบว่า ไม่เรียนต่อในระดับสูงขึ้น  18,855  คน

ศาสนา   วัฒนธรรมประเพณี   ภูมิปัญญาชาวบ้าน


1) วัด  มีวัด  579  วัด  สำนักสงฆ์   215  แห่ง  พระสงฆ์   2,779  รูป  มีผู้นับถือศาสนาพุทธ  ร้อยละ  99
2) โบสถ์คริสต์  28  แห่ง   มัสยิด  1  แห่ง
3) วัฒนธรรมประเพณีแบบชาวอีสาน   โดยมีงานประเพณีบั้งไฟเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดยโสธร   เป็นงานระดับนานาชาติ   ในเขตเทศบาลเมืองยโสธร    จัดในวันเสาร์-อาทิตย์  สัปดาห์ที่  2     ของเดือนพฤษภาคมทุกปี  งานแห่มาลัยจัดในช่วงวันมาฆะบูชาของทุกปี
4) จังหวัดมีปราชญ์ชาวบ้านและมีภูมิปัญญาชาวบ้านหลากหลาย  ทั้งด้านเศรษฐกิจ  (กลุ่มทำนาข้าวอินทรีย์)  สังคม  วัฒนธรรมประเพณี  สามารถช่วยถ่ายทอดการพัฒนาเพื่อเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีได้เป็นอย่างมาก

การสาธารณสุข


จังหวัดยโสธร   มีโรงพยาบาล  10  แห่ง   จำแนกเป็นโรงพยาบาลระดับจังหวัด  1   แห่ง   โรงพยาบาลชุมชนระดับอำเภอ  8  แห่ง   รวมมีเตียง  650  เตียง   และมีโรงพยาบาลเอกชน  1  แห่ง
มีสถานีอนามัย  112  แห่ง   คลินิกทุกประเภท  65  แห่ง  บุคลากรมีแพทย์  78  คน   ทันตแพทย์  22 คน   เภสัชกร  45  คน  พยาบาลวิชาชีพ  571  คน   เจ้าหน้าที่สาธารณสุข  543  คน  และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ  85  คน   รวม  1,468  คน  อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน  (อสม.) 10,449  คน  เทียบอัตราแพทย์  :  ประชากร    เฉลี่ย  1  :  6,914  ,  ทันตแพทย์  :  ประชากร   เฉลี่ย   1  :  24,513  , เภสัชกร  :  ประชากร   เฉลี่ย  1  :  11,984  ,  พยาบาลวิชาชีพ  :  ประชากร  เฉลี่ย  1  :  944    ปี  2550   มีผู้ป่วยนอกในสาเหตุป่วย  21 โรค  1,622,520  ครั้ง  ผู้ป่วยในสาเหตุป่วย  75  โรค  93,770  คน  โรคที่เป็นสาเหตุการตายมากไปหาน้อยตามลำดับ  ได้แก่  มะเร็งทุกชนิด  โรคหัวใจ  อุบัติเหตุและการเป็นพิษ  โรคเลือด  วัณโรค              ไตอักเสบ/ไตพิการ  เบาหวาน  และมีโรคสำคัญในพื้นที่  เช่น  โรคไข้หวัดนกในคน  โรคไข้เลือดออก         ผู้ติดเชื้อ  HIV / ผู้ป่วยเอดส์  สาเหตุการเป็นโรคภัยจำนวนมากส่วนหนึ่งมาจากประชาชนส่วนใหญ่ยังมีพฤติกรรมสุขภาพไม่ดี   รวมทั้งช่วงปี  2552  มีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จากต่างประเทศเข้ามาและเมื่อเทียบจำนวนบุคลากรกับจำนวนประชากรและจำนวนผู้ป่วยแล้ว  เห็นว่า  บุคลากรทางสาธารณสุขโดยเฉพาะแพทย์ด้านต่าง ๆ  มีน้อยมาก  แนวทางจะต้องลดจำนวนผู้ป่วยโดยการรณรงค์ให้ความรู้ในการรักษาสุขภาพ  ป้องกันโรคภัยต่างๆ  จะต้องมีการเน้นทางการเรียนการสอนในระดับมัธยมให้นักเรียนทุกคนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของโรคภัย   และนำไปขยายผลต่อผู้ปกครองและญาติ

การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด
จังหวัดยโสธรมีการป้องกันการเกิดอาชญากรรมและการจำหน่าย / เสพยาเสพติดอย่างเข้มงวด   แต่ก็มีเกิดขึ้นตามภาวะสังคมแต่มีไม่มาก   อยู่ในอัตราที่ควบคุมได้โดยในการจับกุมผู้กระทำผิดคดีอาญาสำคัญ   จังหวัดยโสธรโดยตำรวจภูธรจังหวัดสามารถจับกุมได้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด เช่น  กลุ่มที่  1   คดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ   มีเกณฑ์ต้องจับกุมได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ  45  ในปี  2551   จับได้ร้อยละ  85.71   กลุ่มที่  2  คดีชีวิต  ร่างกายและเพศ   มีเกณฑ์ร้อยละ  60  แต่จับกุมได้ร้อยละ  84.97  ดังตารางการจับกุม  ดังนี้

ข้าราชการตำรวจ   มีจำนวน  1,017  คน   เทียบอัตราตำรวจ  :  ประชากร  เฉลี่ย  1  :  525.60   อยู่ในอัตราต่ำ    ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกัน   ฝ่ายปกครองจะต้องสนับสนุนการป้องกัน  จะต้องรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระมัดระวังการเกิดอาชญากรรม / การแพร่ระบาดยาเสพติด

แรงงาน
จังหวัดยโสธรมีประชากรวัยแรงงาน  (15-60  ปี)  จำนวน  373,396  คน  อยู่ในภาคเกษตร  อยู่ในภาคเกษตร ร้อยละ  60  และอยู่ในภาคเป็นผู้รับจ้างร้อยละ 21  ในแต่ละปีมีการอพยพแรงงานหลังฤดูการเก็บเกี่ยว   ประมาณ  100,000  คนเศษ  ซึ่งถือว่ามีจำนวนมาก  เพื่อไปรับจ้างในเมืองใหญ่   แต่ในปลายปี  2551  ถึงต้นปี  2552  เกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลก   ทำให้สถานประกอบการเลิกกิจการหรือไม่เลิกแต่ก็ลดจำนวนแรงงาน   ทำให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้น   ผู้จบการศึกษาก็ไม่มีสถานประกอบการว่าจ้างจึงเกิดการว่างงานมากขึ้น    ดังนั้น  ในช่วงปี  2552-2554  จะมีการว่างงานจำนวนมาก จะต้องมาประกอบอาชีพการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   อย่างไรก็ตาม  แม้จะมีแรงงานมากแต่แรงงานส่วนมากยังขาดทักษะและวินัย   เช่น  เมื่อถึงงานเทศกาลใหญ่  เช่น  ปีใหม่  สงกรานต์   มักจะกลับบ้านกันหมด

ภาระหนี้สิน (สนง.สถิติแห่งชาติสำรวจปี  2549)

มีจำนวนครัวเรือนที่เป็นหนี้สินในระบบและนอกระบบ   108,700  ครัวเรือน   เฉลี่ยครัวเรือนละ  78,766  บาท  และจากข้อมูล  จปฐ.  ปี  2552  ที่สำรวจได้  100,146  ครัวเรือน  พบว่ามีรายรับจากบัญชีครัวเรือน  17,986  บาท  ต่อคนต่อปี  รายจ่ายจากบัญชีครัวเรือน  44,506  บาทต่อคนต่อปี  หนี้สินจากบัญชีครัวเรือน  7,175  บาทต่อคนต่อปี  และเงินออมจากบัญชีครัวเรือน  3,357  บาทต่อคนต่อปี  จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามีรายจ่ายมากและมีหนี้สิน  ทั้งนี้  ส่วนหนึ่งเพราะประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูง  ผลผลิตยังมีอัตราต่ำ  การจำหน่ายผลผลิตได้ราคาต่ำ , ความฟุ่มเฟือยตามกระแสวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไปเป็นวัตถุนิยมจากต่างประเทศ  ไม่ทำบัญชีครัวเรือนเพื่อวิเคราะห์การใช้จ่ายฯ  ซึ่งจะต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรม

ภาวะสังคมความมั่นคงของมนุษย์  :  ผู้ด้อยโอกาส
ตามแผนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของจังหวัด  ได้สรุปว่า  มีกลุ่มเป้าหมายที่พบว่ามีปัญหามาก   ได้แก่  ปัญหาสตรี  จำนวน  7,836  คน  ปัญหาผู้สูงอายุ  5,907  คน  ปัญหาครอบครัว  4,635  คน   ปัญหาเด็ก  4,087  คน  ปัญหาเยาวชน  (ติดเหล้า  บุหรี่   สารเสพติด)  3,511  คน  มีคนพิการ  6,235  คน   รวมทั้งมีผู้สูงอายุ  จำนวน  59,571  คน  หรือร้อยละ  11.05   ถือว่ามีจำนวนมากที่รัฐจะต้อง เข้าไปช่วยเหลือดูแล
คุณภาพชีวิตตามข้อมูล  กชช. 2 ค  และข้อมูล  จปฐ.
                      สภาพปัญหาคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชน   จากการสำรวจข้อมูล  กชช.2 ค  ปี  2552  (ข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน)  จำนวน  31  ตัวชี้วัด   และตามข้อมูล  จปฐ. ปี  2552   จำนวน  42  ตัวชี้วัด    สรุปสภาพปัญหาคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนเป็นจำนวนหมู่บ้านและจำนวนครัวเรือน   ดังนี้
8.1 การสำรวจข้อมูล  กชช. 2 ค  ปี  2552   ซึ่งเป็นการสำรวจข้อมูลการพัฒนาและสภาพปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับหมู่บ้าน   ในจำนวน  885  หมู่บ้านที่สำรวจ  มีจำนวน  31  ตัวชี้วัด  พบว่าไม่มีหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ  1   (บ้านพัฒนาล้าหลัง)  แต่อย่างใด (ตัวชี้วัดตกเกณฑ์  11-31  ตัวชี้วัด)  มีหมู่บ้านที่เร่งรัดพัฒนาอันดับ  2 (บ้านพัฒนาปานกลาง)  จำนวน  100  หมู่บ้าน     (ตัวชี้วัดตกเกณฑ์  6-10  ตัวชี้วัด)   และหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ  3  (บ้านพัฒนาก้าวหน้า)   จำนวน  785  หมู่บ้าน  (ตัวชี้วัดตกเกณฑ์  0-5  ตัวชี้วัด)
โดยปัญหา (ตัวชี้วัด) ที่หมู่บ้านมีปัญหามาก / ตกเกณฑ์จำนวนมาก  ได้แก่
1) ปัญหาด้านสุขภาพขาดการแข่งขันการกีฬา / ออกกำลังกาย   จำนวน                  402  หมู่บ้าน
2) ปัญหาการเรียนรู้โดยชุมชน  จำนวน  370   หมู่บ้าน
3) ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของชุมชน  จำนวน  324   หมู่บ้าน
4) ปัญหาคุณภาพของดิน   จำนวน  270   หมู่บ้าน
5) ปัญหาผลผลิตจากการทำเกษตรอื่น ๆ  จำนวน  186   หมู่บ้าน
6) ปัญหาการได้รับการศึกษา (ต่อ)   184   หมู่บ้าน
7) ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร  จำนวน  145  หมู่บ้าน   ส่วนหมู่บ้านมีปัญหาน้ำกิน         มีจำนวน   17  หมู่บ้าน  และมีปัญหาน้ำใช้   มีจำนวน   18  หมู่บ้าน

8.2  การสำรวจข้อมูล  จปฐ. ปี  2552   ซึ่งเป็นการสำรวจข้อมูลการพัฒนาและปัญหาคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนในระดับครัวเรือน   ในจำนวน  100,146   ครัวเรือน   มีจำนวน  42  ตัวชี้วัด   พบว่ามีตัวชี้วัดที่ตกเกณฑ์  จปฐ. 16 ตัวชี้วัด  โดยตัวชี้วัดที่มีครัวเรือนตกเกณฑ์จำนวนมาก  ได้แก่

1) ปัญหาครัวเรือนได้กินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ   จำนวน   4,758   ครัวเรือน
2) ปัญหาครัวเรือนไม่มีความรู้การใช้ยาอย่างถูกต้องเหมาะสม  จำนวน  680  ครัวเรือน
3) ปัญหาคนในครัวเรือนติดสุรา   จำนวน  564   ครัวเรือน
4) ปัญหาครัวเรือนถูกรบกวนจากมลพิษ  จำนวน  267  ครัวเรือน
สำหรับในเรื่องมีรายได้เฉลี่ยของประชาชน พบว่ามีรายได้เฉลี่ย  42,818  บาท  ต่อคนต่อปี   ส่วนครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า  23,000   บาทต่อปี / คน   มีจำนวน  99,434  ครัวเรือน    หรือร้อยละ 99.29  ของจำนวนครัวเรือนที่สำรวจทั้งหมด  และครัวเรือนที่ตกเกณฑ์   (ต่ำกว่า 23,000 บาทต่อคนต่อปี)  มีจำนวน  712   ครัวเรือน   หรือร้อยละ  0.71  ส่วนครัวเรือนที่ไม่มีน้ำสะอาดดื่มเพียงพอตลอดปี   จำนวน 84  ครัวเรือน  และครัวเรือนที่ไม่มีน้ำใช้เพียงพอตลอดปี   จำนวน  35  ครัวเรือน

สรุปสถานการณ์ในด้านสังคมและคุณภาพชีวิต 
จุดแข็ง   มีสถานศึกษาเพียงพอ   บุคลากรในพื้นที่มีภูมิปัญญาหลากหลาย   สถานบริการสาธารณสุขมีเพียงพอ  สังคมมีความสงบ  มีแรงงานจำนวนมาก  มีโครงสร้างพื้นฐานอำนวยความสะดวก         มีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอ    ส่วน
จุดอ่อน
   ประชาชนขาดการศึกษาต่อเนื่อง  คุณภาพการศึกษาในระบบยัง    ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานระดับประเทศ   บุคลากรทางการแพทย์ / สาธารณสุขมีน้อย  ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพอนามัยไม่ดี   มีโรคสำคัญแพร่ระบาด   คุณภาพชีวิตตามเกณฑ์  จปฐ. ตกเกณฑ์หลายตัวชี้วัด   มีครัวเรือนยากจนที่มีรายได้ต่ำกว่า  23,000  บาทต่อคนต่อปี  จำนวน  712  ครัวเรือน   ประชาชนมีหนี้สินมาก   มีการอพยพแรงงานมาก   แรงงานขาดทักษะและวินัย   ปัญหาสตรีและเด็ก    คนพิการ   มีผู้สูงอายุมากขึ้นเป็นภาระต้องดูแล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s