ข้อสอบเเบบปรนัย 50 ข้อ

1.  ข้อใดไม่ใช่หลักการบริโภคที่ดี

ก.    สุดาซื้ออาหารมารับประทานพออิ่ม

ข.    ปราณีซื้อเสื้อกันหนาวตัวใหม่ในฤดูหนาวนี้

ค.    มณีวัลย์ซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ที่โฆษณาว่ามีความทันสมัยสูง

ง.    กรรณิการ์นำข้าวที่เหลือมาทำเป็นข้าวตังไว้รับประทานเป็นอาหารว่าง

2.  สุธีชอบใช้นาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ เพราะเขาเป็นคนมีรสนิยม การกระทำของสุธีสอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคในเรื่องใด

ก.    ความจำเป็น

ข.    กระแสสังคม

ค.    การประชาสัมพันธ์

ง.    เทคโนโลยีสมัยใหม่

3.  ข้อใดแสดงความหมายของอุปสงค์ได้ดีที่สุด

ก.    แก้วตาต้องการซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่มีเงินไม่พอ

ข.    ก้านทำแจกันที่โชว์อยู่ที่ร้านตกแตก จึงต้องจ่ายค่าเสียหาย

ค.    ก้อนมีเงินพอที่จะซื้อนาฬิกาแต่ยังไม่อยากซื้อ

ง.    กล้วยนำเงินเก็บไปซื้อคอมพิวเตอร์ที่อยากได้มานานแล้ว

4.  จากข้อ 12. พฤติกรรมในข้อใดเป็นการแสดงออกถึงความต้องการเท่านั้น ไม่ใช่อุปสงค์

ก.    ข้อ ก. ข้อเดียว

ข.    ข้อ ง. ข้อเดียว

ค.    ข้อ ก. และข้อ ข.

ง.    ข้อ ค. และข้อ ง.

5.  การที่ผู้ขายติดป้ายราคาสินค้า ตรงกับความหมายในข้อใด

ก.    อุปสงค์

ข.    อุปทาน

ค.    ราคาดุลยภาพ

ง.    ราคาของสินค้าและบริการชนิดนั้นๆ

6.  ตามกฎของอุปสงค์ ถ้าราคาของมะม่วงชั้นดีในปีนี้ลดลงจากเดิมกิโลกรัมละ 50 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 30 บาท จะเกิดผลอย่างไร

ก.    อุปสงค์สูงขึ้น

ข.    อุปสงค์ลดลง

ค.    อุปทานสูงขึ้น

ง.    อุปทานลดลง

7.  เพราะเหตุใดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดอกมะลิจึงมีราคาแพงกว่าปกติ

ก.    ชาวสวนลดการปลูกลง

ข.    เป็นดอกไม้หายาก

ค.    ความต้องการสินค้าสูง

ง.    เจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูร้อน

8.  ข้อใดเป็นไปตามกฎของอุปทาน

ก.    ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น

ข.    ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าลดลง ถ้าราคาสินค้าลดลง

ค.    ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าลดลง ถ้าผู้บริโภคมีความต้องการสูงขึ้น

ง.    ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น ถ้าราคาปัจจัยการผลิตลดลง

9.ถ้าปีนี้ราคาข้าวต่อกิโลกรัมมีราคาสูง คาดได้ว่าจะมีพฤติกรรมใดเกิดขึ้น

ก.    ชาวนาปลูกข้าวลดลง

ข.    ชาวนาปลูกข้าวมากขึ้น

ค.    ชาวนาปลูกข้าวเท่าเดิม

ง.    พ่อค้าโรงสีรับซื้อข้าวในราคาต่ำ

10.  ตามกฎของอุปสงค์ ปริมาณซื้อกับราคาของสินค้ามีความสัมพันธ์กันในลักษณะใด

ก.    ตรงกันข้ามกัน

ข.    ทิศทางเดียวกัน

ค.    ใกล้เคียงกัน

ง.    แปรปรวน ไม่แน่นอน

11.  ตามกฎของอุปทาน ปริมาณเสนอขายกับราคาของสินค้ามีความสัมพันธ์กันในลักษณะใด

ก.    ตรงกันข้ามกัน

ข.    ทิศทางเดียวกัน

ค.    ใกล้เคียงกัน

ง.    แปรปรวน ไม่แน่นอน

12.บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์คือใคร

ก.    อริสโตเติล

ข.    อดัม  สมิท

ค.    มาร์โค  โปโล

ง.    จอห์น  ล็อก

13.  ข้อความใดให้ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ถูกต้องที่สุด

ก.    วิชาที่เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าและบริการ

ข.    วิชาที่เกี่ยวกับการสนองตอบต่อความต้องการของสมาชิกในสังคม

ค.    วิชาที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมือง

ง.    วิชาที่เกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า

14. การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค  พฤติกรรมของผู้ผลิต  จัดอยู่ในขอบข่ายสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ในข้อใด

ก.    เศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ

ข.    เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ

ค.    เศรษฐศาสตร์จุลภาค

ง.    เศรษฐศาสตร์มหภาค

15. ข้อใดไม่ใช่ ทุนตามความหมายของทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์

ก.    เครื่องจักร

ข.    โรงงาน

ค.    เงินตรา

ง.    อุปกรณ์การผลิต

16. ผู้ที่รวบรวมปัจจัยการผลิตคือใคร

ก.    ผู้ผลิต

ข.    ผู้ประกอบการ

ค.    ผู้บริโภค

ง.    ผู้ใช้แรงงาน

17. การจัดสรรทรัพยากรที่มีจำกัดไม่สอดคล้องกับความต้องการที่ไม่จำกัดของมนุษย์  จะทำให้เกิดอะไรขึ้น

ก.    การขาดทุน

ข.    ความขาดแคลน

ค.    สินค้าล้นตลาด

ง.    การกักตุนผลผลิต

18. นายดำมีเวลาว่างช่วงเย็นเหลือพอที่จะทำงานบ้าน  แต่เมื่อเพื่อนมาชวนไปเล่นกีฬา  เขาจึงเลือกที่จะไปกับเพื่อน  จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคิดในทางเศรษฐศาสตร์

ก.    ค่าเสียโอกาส

ข.    ค่าสูญเปล่า

ค.    การใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า

ง.    การเสียประโยชน์

19. ข้อความใดตรงกับความหมายของการบริโภคในทางเศรษฐศาสตร์มากที่สุด

ก.    การซื้อสินค้ามาใช้ในครัวเรือน

ข.    การรับประทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการ

ค.    การรับฟังข่าวสารผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์

ง.    การใช้สินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์

20. ข้อความใดแสดงถึงลักษณะของการบริโภคแบบยั่งยืน

ก.    เอกใช้ถุงผ้าเวลาไปซื้อของ

ข.    ณัฐเปิดไฟไว้รอบบ้านในเวลากลางคืน

ค.    กรเปิดน้ำรดต้นไม้ทุกเช้าเย็นแม้จะมีฝนตก

ง.    พัทเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือบ่อยๆ เพื่อความทันสมัย

21.  ทรัพย์สินทางปัญญา มีความหมายตรงกับข้อใด

ก.    ผลงานประดิษฐ์คิดค้นของมนุษย์

ข.    ผลงานที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

ค.    ผลงานที่ลอกเลียนแบบมาจากของจริง

ง.    ผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานของผู้อื่น

22. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาที่มีต่อสังคมไทย

ก.    ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น

ข.    ทำให้ผู้บริโภคได้ซื้อผลิตภัณฑ์ในราคาถูก

ค.    แสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนไทยที่สร้างสรรค์งานเป็นของตนเอง

ง.    เป็นแรงผลักดันให้มีการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด

23.  การกระทำของบุคคลใดที่ถือว่าปฏิบัติตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ก.    นกซื้อแผ่นซีดีเพลงของแท้มาฟัง

ข.    น้ำก็อปปี้ดีวีดีภาพยนตร์และนำไปขายต่อ

ค.    ปาล์มแอบอัดภาพยนตร์ที่กำลังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

ง.    แป้งซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ลอกเลียนแบบของแท้มาใช้ที่บ้าน

24.  การคุ้มครองลิขสิทธิ์เกิดขึ้นเมื่อใด

ก.    หลังจากผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย

ข.    เกิดขึ้นหลังจากผู้สร้างสรรค์จดทะเบียนลิขสิทธิ์

ค.    เกิดขึ้นทันทีที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ผลงาน

ง.    หลังจากผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายแล้วเป็นเวลา 10 ปี

25.  ธนาคารออมสินจัดตั้งขึ้นในสมัยใด

ก.    รัชกาลที่ 4

ข.    รัชกาลที่ 5

ค.    รัชกาลที่ 6

ง.    รัชกาลที่ 7

26.  ธนาคารที่ไม่ให้สินเชื่อแก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเก็งกำไร การผูกขาด การผิดศีลธรรม คือธนาคารใด

ก.    ธนาคารพาณิชย์

ข.    ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ค.    ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ง.    ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

27.  ข้อใดสอดคล้องกับนิยามของคำว่า “สหกรณ์” มากที่สุด

ก.    การรวมทุน

ข.    การรวมคน

ค.    การรวมอำนาจ

ง.    การรวมกำไร

28.  ธนาคารของคนยาก หมายถึงสถาบันการเงินในข้อใด

ก.    ธนาคารออมสิน

ข.    โรงรับจำนำ

ค.    ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ง.    กองทุนประกันสังคม

29. ข้อใดไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย

ก.    จัดพิมพ์ธนบัตรใหม่

ข.    ซื้อขายแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์

ค.    ดูแลการซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศ

ง.    รับฝากเงินจากรัฐบาล หน่วยราชการ และสถาบันการเงินต่างๆ

30.  หลักการข้อใดที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ก.    หลักสันโดษ                                                            ข.    หลักความพอดี

ค.    หลักการบริโภคนิยม                                             ง.    หลักการพึ่งตนเอง

31.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงเริ่มปรากฏเมื่อไร

ก.    พ.ศ. 2516

ข.    พ.ศ. 2517

ค.    พ.ศ. 2518

ง.    พ.ศ. 2519

32.  ทฤษฎีใหม่เป็นแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องใด

ก.    เกษตรกรรม

ข.    พาณิชยกรรม

ค.    อุตสาหกรรม

ง.    การชลประทาน

33.  โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกาญจนบุรี จัดอยู่ในโครงการตามพระราชดำริด้านใด

ก.    การส่งเสริมอาชีพ

ข.    การอนุรักษ์และพัฒนาดิน

ค.    การอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำ

ง.    การส่งเสริมการเกษตรตามทฤษฎีใหม่

34.  ข้อใดเป็นความพอเพียงระดับบุคคล

ก.    สมาคมแม่บ้านการเกษตรเป็นสมาคมที่มีความมั่งคั่ง

ข.    กำนันสุกนำลูกบ้านในตำบลของตนผลิตสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

ค.    กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลำไยสามารถรวมกลุ่มกันทำผลิตภัณฑ์ลำไยออกสู่ตลาดจนมีรายได้ดี

ง.    แจ่มจันทร์และครอบครัวช่วยกันใช้จ่ายอย่างประหยัด จนมีเงินออมฝากธนาคารทุกเดือน

35.  การกระทำข้อใดแสดงถึงความพอประมาณตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ก.    อุษาไม่ยอมใช้จ่ายเงินที่หามาได้

ข.    อุไรยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อให้มีเงินเก็บมากๆ

ค.    อุทัยสร้างบ้านในวงเงินที่เขามีอยู่

ง.    อุดมกู้ยืมเงินก้อนใหญ่มาสร้างคอนโดมิเนียม

36.  ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับโรงรับจำนำไม่ถูกต้อง

ก.    ผู้กู้ต้องนำโฉนดตราสารมาค้ำประกัน

ข.    เป็นแหล่งเงินกู้ของผู้มีรายได้น้อย

ค.    ให้สินเชื่อแก่ผู้กู้รายย่อยที่นำสินทรัพย์มาฝากค้ำประกันไว้

ง.    โรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยเทศบาล เรียกว่า สถานธนานุบาล

37.  ข้อใดไม่ใช่ผลดีจากการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

ก.    ยกระดับฝีมือแรงงานในการผลิต

ข.    เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง

ค.    เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ง.    ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดียิ่งขึ้น

38.  การนำเข้าสินค้า เช่น น้ำมันดิบ เครื่องจักรกล จากต่างประเทศเข้ามามาก ก่อให้เกิดปัญหาใดตามมา

ก.    ปัญหาการขาดดุลการค้า

ข.    ปัญหาการว่างงาน

ค.    ปัญหาความยากจน

ง.    ปัญหาการกระจายรายได้

39.  ปัญหาการว่างงานเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

ก.    เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะตกต่ำ

ข.    ผู้ประกอบการในประเทศลดการผลิตลง

ค.    ประชากรในวัยทำงานเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่างาน

ง.    รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการสร้างอาชีพให้แก่ประชาชน

40.  แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตรงกับข้อใด

ก.    การไม่ยอมใช้จ่าย

ข.    การปฏิบัติที่ยึดทางสายกลาง

ค.    การพึ่งตนเอง ไม่ยอมพึ่งผู้อื่น

ง.    ความอดทนเป็นอย่างยิ่ง

41. วิชาเศรษฐศาสตร์มีประโยชน์ต่อนักศึกษาคือ

ก. ทําให้รู้จักเลือกบริโภคโดยได้รับความพอใจสูงสุด

ข. ทําให้รู้จักใช้จ่ายเงินอย่างคุ้มค่า

ค. ทําให้เข้าใจถึงภาวะทางเศรษฐกิจ

ง. ถูกทุกข้อ

42. ปัญหาพื้นฐานที่สําคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่

ก. จะขายสินค้าอย่างไรให้ได้กําไรสูงสุด

ข. จะขายสินค้าอย่างไรให้ขาดทุนน้อยที่สุด

ค. จะผลิตสินค้าอะไร ผลิตอย่างไร และผลิตเพื่อใคร

ง. จะผลิตสินค้าอะไรให้ได้กําไรสูงสุด

43. ปัญหาจะผลิตอะไร (What) เกิดจาก

ก. ทรัพยากรมีจํากัด

ข.  ต้องเลือกผลิตเฉพาะที่จําเป็น

ค.  ทรัพยากรมีมาก

ง.  ถูกทั้งข้อ 1 และข้อ 2

43. ทรัพยากร (Resources) ได้แก่

ก.  จํานวนประชาชนและคุณภาพของประชาชน
ข.  ป่าไม้ปะการัง พลังงาน

ค. เครื่องจักร โรงงาน วัฒนธรรม ประเพณี

ง.  ถูกทุกข้อ

44.  ข้อใดสอดคล้องกับนิยามของคำว่า “สหกรณ์” มากที่สุด

ก.    การรวมทุน

ข.    การรวมคน

ค.    การรวมอำนาจ

ง.    การรวมกำไร

45.  การกระทำของบุคคลใดที่ถือว่าปฏิบัติตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ก.    นกซื้อแผ่นซีดีเพลงของแท้มาฟัง

ข.    น้ำก็อปปี้ดีวีดีภาพยนตร์และนำไปขายต่อ

ค.    ปาล์มแอบอัดภาพยนตร์ที่กำลังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

ง.    แป้งซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ลอกเลียนแบบของแท้มาใช้ที่บ้าน

46. ราคาดุลยภาพ  หมายถึง ?

ก.    ระดับราคาสินค้า ณ จุดที่ปริมาณขายเท่ากับราคา

ข.    ระดับราคาสินค้าที่มี Demand มากกว่า Supply

ค.    ระดับราคาสินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคต้องการซื้อ และผู้ผลิตต้องการขาย

ง.     ระดับปริมาณสินค้า ที่ปริมาณซื้อเท่ากับราคาขาย

47. ปริมาณดุลยภาพ  หมายถึง ?

ก.    ปริมาณสินค้า ณ จุดที่ปริมาณซื้อเท่ากับราคา

ข.    ระดับราคาสินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคต้องการซื้อ และผู้ผลิตต้องการขาย

ค.    ระดับราคาสินค้าที่มี Qdm = Qsm

ง.  ระดับปริมาณสินค้าที่ราคาเสนอซื้อเท่ากับราคาเสนอขาย

48. หากผู้ขายสินค้ากำหนดราคาขายสูงกว่าระดับราคาตลาด   ข้อใด? ถูกต้อง

ก.        สินค้าขายไม่หมด

ข.        เกิดอุปทานส่วนเกิน

ค.        ราคาจะปรับเข้าสู่ราคาดุลยภาพในที่สุด

ง.          ถูกทุกข้อ

49. หากผู้บริโภคสามารถกำหนดราคาซื้อสินค้าได้เองแล้ว   ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

ก.   ผู้บริโภคมักกำหนดราคาสินค้าถูก

ข.   ความต้องการสินค้าจะน้อยกว่าความต้องการขาย

ค.   เกิดอุปสงค์ส่วนเกิน

ง.   ถูกทั้งข้อ ก และ ค

50. เศรษฐทรัพย์(Economic Goods) เป็นสิ่งที่

ก.  มีประโยชน์ใช้บําบัดความต้องการของมนุษย์ได้
ข.  มีอยู่ตามธรรมชาติเป็นจานวนมาก

ค. มีราคาซื้อขาย

ง.  ถูกทั้งข้อ 1 และข้อ 3

เฉลย

1.   ตอบ       ค.

ข้อ ก ข และ ง ตรงกับหลักการบริโภคที่ดี  ที่เน้นถึงความจำเป็น  ประโยชน์ และประหยัด

ส่วนข้อ ค แสดงถึงการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยตามแฟชั่น ซึ่งเสียเงินมากเกินความจำเป็น

2.   ตอบ       ข.

การกระทำของสุธีเป็นการซื้อสินค้าเพื่อแสดงความมีหน้ามีตาในสังคม เพราะนาฬิกา       โรเล็กซ์มีราคาแพง ส่วนใหญ่คนรวยเท่านั้นที่ซื้อใช้ การสวมใส่นาฬิกาที่มีราคาแพงก็เพื่อโอ้อวดคนในสังคมเพื่อให้เห็นถึงความมีฐานะของตนเอง

3.   ตอบ       ง.

เพราะเป็นความต้องการซื้อสินค้าด้วยความเต็มใจและมีกำลังในการซื้อสินค้านั้น

4.   ตอบ       ก.

เพราะแก้วยังไม่มีกำลังซื้อหรือไม่มีเงินพอที่จะซื้อ จึงไม่ถือว่าเป็นอุปสงค์ตามความหมายในทางเศรษฐศาสตร์ เป็นแค่เพียงความต้องการธรรมดา

5.   ตอบ       ข.

การติดป้ายราคาสินค้านั่นย่อมแสดงว่าผู้ขายยินดีหรือเต็มใจที่จะขายสินค้าให้กับผู้ซื้อ ณ ระดับราคาต่างๆ ตามที่ตลาดกำหนด

6.   ตอบ       ก.

ตามกฎของอุปสงค์ ปริมาณซื้อสินค้าชนิดหนึ่งชนิดใดจะแปรผกผันหรือตรงกันข้ามกับราคาของสินค้าหรือบริการชนิดนั้น  นั่นคือ ถ้ามะม่วงมีราคาลดต่ำลง  ผู้บริโภคจะยินดีซื้อมะม่วงเพิ่มขึ้น (อุปสงค์สูงขึ้น)

7.   ตอบ       ค.

เพราะผู้ซื้อนิยมนำดอกมะลิไปกราบไหว้รดน้ำขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อความต้องการดอกมะลิมีมาก จึงส่งผลให้ราคาดอกมะลิสูงขึ้นตามไปด้วย

8.   ตอบ       ก.

ตามกฎของอุปทาน เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าออกมาขายมากขึ้น เพราะได้กำไรดี แต่ถ้าราคาสินค้าลดลง ผู้ผลิตจะลดการผลิตลงตามไปด้วย โดยปัจจัยอื่นๆ คงที่

9.   ตอบ       ข.

เมื่อชาวนาเห็นว่าราคาข้าวต่อกิโลกรัมในปีนี้มีราคาสูง ก็จะเร่งปลูกข้าวเพิ่มขึ้น เพราะจะได้เงินจากการขายข้าวมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกฎของอุปทาน

10.   ตอบ       ก.

กฎของอุปสงค์ได้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์หรือปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคต้องการซื้อกับระดับราคาของสินค้านั้นๆ ว่า ปริมาณซื้อสินค้าและบริการชนิดใดชนิดหนึ่งจะแปรผกผันหรือตรงกันข้ามกับระดับราคาของสินค้าและบริการชนิดนั้น โดยให้ปัจจัยอื่นๆ คงที่

11.   ตอบ       ข.

กฎของอุปทานได้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอุปทานหรือปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้ขายต้องการขายกับระดับราคาของสินค้านั้นๆ ว่า ปริมาณขายสินค้าและบริการชนิดใดชนิดหนึ่งจะแปรผันโดยตรงหรือไปในทิศทางเดียวกันกับระดับราคาของสินค้าและบริการชนิดนั้น โดยให้ปัจจัยอื่นๆ คงที่

12.   ตอบ       ข.

อดัม  สมิท ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์  โดยแต่งหนังสือสำคัญเรื่อง ความมั่งคั่งแห่งชาติ (The Wealth of Nations)

13.   ตอบ       ง.

วิชาเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาถึงการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด  เพื่อตอบสนองความต้องการอันไม่สิ้นสุดของมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด  หรืออาจกล่าวได้ว่า เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ให้ความสำคัญกับการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่านั่นเอง

14.   ตอบ       ค.

เศรษฐศาสตร์จุลภาคเป็นการศึกษาถึงพฤติกรรมทางเศรษฐกิจในส่วนย่อยระดับบุคคล  หรือองค์กรธุรกิจหน่วยใดหน่วยหนึ่ง  ดังนั้น การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าและบริการจึงเป็นการศึกษาถึงพฤติกรรมทางเศรษฐกิจในส่วนย่อยระดับบุคคล

15.   ตอบ       ค.

เงินตราไม่ใช่ทุน เป็นเพียงเครื่องมือที่ผู้ผลิตนำไปซื้อปัจจัยการผลิตมาใช้ผลิตสินค้าและบริการ  ผลตอบแทนจากการลงทุน คือ ดอกเบี้ย

16.   ตอบ       ข.

ผู้ประกอบการคือผู้รวบรวมปัจจัยการผลิต  ได้แก่ ที่ดิน  แรงงาน  และทุน มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ

17.   ตอบ       ข.

ความขาดแคลนเกิดจากการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไม่สมดุลหรือไม่สอดคล้องกับความต้องการที่ไม่จำกัดของมนุษย์ หรือกล่าวง่ายๆ คือ ทรัพยากรมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ จึงทำให้เกิดความขาดแคลน  ซึ่งความขาดแคลนนี้ บางประเภทอาจเป็นการ  ขาดแคลนถาวร เช่น ที่ดิน  เพราะไม่สามารถหามาเพิ่มได้อีก เป็นต้น

18.   ตอบ       ก.

ค่าเสียโอกาสเป็นมูลค่าสูงสุดของผลประโยชน์ที่จะได้จากทางเลือกที่ต้องสละไป ซึ่งบางครั้งไม่สามารถที่จะวัดออกมาเป็นตัวเงินได้ ในที่นี้ค่าเสียโอกาสของนายดำ คือ การไม่ได้ทำงานบ้าน เพราะเขามีเวลาจำกัด จึงไม่สามารถทำทั้งงานบ้านและเล่นกีฬาไปพร้อมกันได้ จึงต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

19.   ตอบ       ง.

การบริโภคในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง  การใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อนำมาตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการบริโภคภาคครัวเรือนกระตุ้นให้เกิดการผลิต การลงทุน การจ้างงาน และการสร้างรายได้ประชาชาติ

20.   ตอบ       ก.

การบริโภคแบบยั่งยืน คือ การรู้จักเลือกบริโภคในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองแล้วยังต้องมีความประหยัด ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีข้อเสียที่เกิดจากการบริโภคน้อยที่สุด    ดังนั้น การที่เอกใช้ถุงผ้านอกจากช่วยประหยัดการใช้ทรัพยากรแล้วยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

21.   ตอบ       ก.

ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง ผลงานที่เกิดจากการประดิษฐ์คิดค้น การออกแบบของมนุษย์ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และถือเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่ง

22.   ตอบ       ข.

ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสิ่งที่เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ผลิตภัณฑ์หรือผลงานที่ได้รับความคุ้มครอง เพื่อตอบแทนที่ผู้คิดค้นต้องใช้ความคิดในการค้นคว้าวิจัยและลงทุนในการผลิต กว่าจะได้ผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้น จึงทำให้ผลิตภัณฑ์หรือผลงานที่ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามีราคาแพง

23.   ตอบ       ก.

เพราะเป็นการสนับสนุนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ถูกลิขสิทธิ์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ศิลปินมีกำลังใจในการผลิตผลงานที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดต่อไป

24.   ตอบ       ค.

การคุ้มครองลิขสิทธิ์จะมีผลเกิดขึ้นทันทีที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ผลงาน โดยได้รับการคุ้มครองตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลา 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย

25.   ตอบ       ค.

ธนาคารออมสินจัดตั้งขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2456 โดยมีพัฒนาการมาจาก “สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้” จังหวัดพิษณุโลก

26.   ตอบ       ค.

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นธนาคารที่ให้บริการในการทำธุรกรรมทางการเงินที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามเท่านั้น รวมถึงการไม่ให้สินเชื่อแก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเก็งกำไร การผูกขาด การผิดศีลธรรมและอบายมุข

27.   ตอบ       ก.

สหกรณ์เป็นการระดมทุนโดยใช้วิธีการขายหุ้นแล้วนำเงินนั้นมาปล่อยให้สมาชิกกู้ยืมโดย

คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ  และผลกำไรที่ได้ส่วนหนึ่งจะนำมาจ่ายคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนในรูปเงินปันผล

28.   ตอบ       ข.

เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย  โดยให้บริการกู้เงินในวงเงินไม่มาก โดยผู้กู้ต้องนำสินทรัพย์มาฝากค้ำประกันไว้ เรียกว่า การจำนำ

29.   ตอบ      ข.

การซื้อขายแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์เป็นบทบาทหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ ไม่ใช่ธนาคารแห่งประเทศไทย

30.   ตอบ       ค.

บริโภคนิยมเป็นการใช้จ่ายโดยไม่คำนึงถึงความพอดี  พอประมาณ  และประโยชน์  แต่จะให้ความสำคัญกับเรื่องความมีหน้ามีตาในสังคม  แม้ว่าสิ่งที่ซื้อมานั้นจะมีราคาแพงก็ตาม

31.   ตอบ       ข.

ดังจะเห็นได้จากพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานในโอกาสต่างๆ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ แต่ครั้งนั้นเป็นเศรษฐกิจพอเพียงในรูปของทฤษฎีใหม่

32.   ตอบ       ก.

ทฤษฎีใหม่เป็นแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเกษตรที่จะช่วยให้เกษตรกรเลี้ยงตนเองได้

33.   ตอบ       ก.

โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริจะใช้พื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรมมาดำเนินการจัดสรรให้ราษฎรผู้ยากจนเข้าไปอาศัยอยู่และประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเอง

34.   ตอบ       ง.

การปฏิบัติตนในการใช้จ่ายอย่างประหยัดของแจ่มจันทร์และครอบครัวจัดเป็นความพอเพียงในระดับบุคคลและครอบครัว

35.   ตอบ       ค.

เพราะเป็นการกระทำที่แสดงถึงความพอดีโดยปฏิบัติตามทางสายกลาง คือ ไม่น้อยเกินไป ไม่มากเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองจนเกินพอดี

36.   ตอบ       ก.

โรงรับจำนำเป็นสถาบันการเงินขนาดเล็กที่ให้บริการกู้เงินในวงเงินไม่มาก ผู้กู้จึงไม่ต้องนำโฉนดมาค้ำประกัน เพียงแต่นำสินทรัพย์ที่เป็นสังหาริมทรัพย์มาฝากค้ำประกันไว้

37.   ตอบ       ข.

การแข่งขันทางเศรษฐกิจหากมีมากเกินไปก็จะทำให้เกิดการนำทรัพยากรมาใช้อย่างสิ้นเปลือง ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนทรัพยากรตามมา และยังเกิดปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติให้หมดไปอย่างรวดเร็วด้วย

38.   ตอบ       ก.

สินค้าประเภทน้ำมันดิบ เครื่องจักรกล แผงวงจรไฟฟ้า เหล็กกล้า อัญมณี เป็นต้น เป็นสินค้าที่มีราคาแพง เพราะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ หากนำเข้ามาเป็นจำนวนมาก จะก่อให้เกิดปัญหาการขาดดุลการค้าที่มูลค่าการนำเข้ามากกว่ามูลค่าการส่งออก กล่าวคือ ประเทศต้องสูญเสียเงินออกนอกประเทศมากกว่าเงินไหลเข้า

39.   ตอบ       ง.

การที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการสร้างอาชีพให้แก่ประชาชน ก็เพื่อให้ประชาชนมีงานทำเป็นของตนเอง มีรายได้ ไม่ใช่ทำให้เกิดการว่างงาน

40.   ตอบ       ข.

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมี

41. ตอบ    ง.

วิชาเศรษฐศาสตร์จะมีประโยชน์ต่อนักศึกษา คือ ทําให้นักศึกษา รู้จักใช้เหตุผลในการตัดสินใจที่จะดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หรือการดำเนินชีวิตเพื่อให้ได้รับ ความพึงพอใจสูงสุด นอกจากนี้ยังช่วยให้เข้าใจภาวะเศรษฐกิจและความเป็นไปของประเทศและ ของโลกได้แจ่มชัดขึ้น

42 . ตอบ  ค.

ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกระบบเศรษฐกิจ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ได้แก่ จะผลิตอะไร (What), จะผลิตอย่างไร (How) และจะผลิตสินค้าเพื่อใคร (For Whom)

43. ตอบ   ง.

ปัญหาว่าจะผลิตอะไร เกิดขึ้นเนื่องจากประเทศมีทรัพยากรอยู่อย่าง
จํากัด แต่ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าและบริการมากมายหลายชนิด ฉะนั้นเมื่อจะเริ่มทํา
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ก็จะต้องคิดว่าควรจะผลิตอะไร โดยจะเลือกผลิตสินค้าที่จําเป็นก่อน

43. ตอบ  ง.

ทรัพยากรแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

1. ทรัพยากรมนุษย์หมายถึง จํานวนประชาชนและคุณภาพของประชาชน ซึ่งทรัพยากรมนุษย?

เป็นทรัพยากรที่สําคัญที่สุดในการพัฒนาเศรษฐกิจ

2. ทรัพยากรที่ไม่ใช่มนุษย์ได้แก่ ทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเช่น ป่าไม้แร่ธาตุฯลฯ

และทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ ฯลฯ

44.   ตอบ       ก.

สหกรณ์เป็นการระดมทุนโดยใช้วิธีการขายหุ้นแล้วนำเงินนั้นมาปล่อยให้สมาชิกกู้ยืมโดย

คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ  และผลกำไรที่ได้ส่วนหนึ่งจะนำมาจ่ายคืนให้แก่ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนในรูปเงินปันผล

45.   ตอบ       ก.

เพราะเป็นการสนับสนุนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ถูกลิขสิทธิ์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ศิลปินมีกำลังใจในการผลิตผลงานที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดต่อไป

46. ตอบ

ค.    ระดับราคาสินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคต้องการซื้อ และผู้ผลิตต้องการขาย

47. ตอบ

ง.  ระดับปริมาณสินค้าที่ราคาเสนอซื้อเท่ากับราคาเสนอขาย

48. ตอบ

ง.  ถูกทุกข้อ

49. ตอบ

ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค

50. ตอบ

ง.  สินค้าทางเศรษฐกิจหรือเศรษฐทรัพย์มีลักษณะที่สําคัญคือ
1. เป็นสิ่งที่มีประโยชน์สนองความต้องการของมนุษย์ได้

2. มีจํานวนำ กัด จึงเป็นสิ่ง
ที่มีราคา

3. สามารถถือเป็นเจ้าของได้

4. สามารถนามาแลกเปลี่ยนกันได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s